<< May >>
S
M
T
W
F
27
28
29
30
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
31
<< 2008>>
สิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรามักมีโจทย์ให้เราแก้อยู่เสมอ บางทีโจทย์นั้นยากดูน่าสนุก แต่บางทีโจทย์นั้นอาจจะทำให้เราเบื่อหรือเกิดความรู้สึกแตกต่างกันไป แต่ก่อนถ้าเราเบื่อ เรามักจะเดินหนีกับปัญหานั้น แต่เดี๋ยวนี้ชอบกลับมาถามตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง สาเหตุมาจากอะไร และจะแก้ไขยังไงมีอะไรที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นไหม หรือเราควรคิดยังไง นี่อาจจะเป็นเพราะเราโตขึ้นอีกนิดละมัง คนที่มีประสบการณ์มากส่วนใหญ่จะสามารถแก้ไขปัญหาและดำเนินชีวิตได้ดีกว่า แต่ว่าก็ไม่ทั้งหมด เพราะโจทย์ของชีวิตจะเปลี่ยนไปเสมอ
อ่านเรื่อง นั่งรถไฟไปตู้เย็น (ต่อ) มีคำคำนึงที่อ่านแล้วสะดุดใจ บอกว่า เมื่อเราเหงา เราจะมองเห็นความเหงาในทุกที่ อันนี้รู้สึกจริงเลย เพราะถ้าเมื่อไรที่เรารู้สึกเหงาเจ้าความเหงานี่จะอยู่ซะทุกที่ แม้เพียงเวลาที่เราอยู่กับผู้คนมากมายก็ตาม เรากำลังยิ้มหรือหัวเราะ ตอนนั้นบางที่เราก็รู้สึกเหงาได้เหมือนกัน
ทำงานด้วยความตั้งใจ แต่ว่าถ้าตั้งใจมากไปก็ไม่ดีแล้ว ทำงานต้องทำให้สนุก เพลินเพลินไปในสิ่งที่ตัวเองรู้ จึงจะทำให้ชีวิตมีความสุข อันนี้ก็จริงอีก บางทีถ้าเรารู้สึกว่าเราตั้งใจไปความสนุก ความสุขจะแปรเปลี่ยนเป็นความเครียดเข้ามาแทนที่
ในสถานการณ์ที่ดูเหมือนเราจะสูญสิ้นทุกอย่าง ในสถานการณ์ที่เราทำพลาดไป ประโยคที่เราน่าจะถามขึ้นมาไม่น่าจะใช่ เราสูญเสียอะไรไป แต่น่าจะเป็น เราเหลืออะไรอยู่ ข้อความย่อหน้านี้ ผู้เขียนเล่าถึงครอบครัวเพื่อนถูกไฟใหม้ ครอบครั้วนั้นถึงกลับหมดอาลัยพร้อมใจจะฆ่าตัวตายเพราะสูญสิ้นทุกอย่าง แต่ผู้เขียนกลับมองว่า ในยามที่เขายากยังมีคนยื่นมือเข้ามาช่วย คือเพื่อนได้ชวนไปอยู่ด้วยในระหว่างที่หาที่อยู่ใหม่ สิ่งที่เค้าเหลืออยู่คือ มิตรภาพของความเป็นเพื่อน อ่านถึงตรงนี้แล้วรู้สึกดีมากๆ มนุษย์เราจะต้องการอะไรมากมาย นอกจากการยอมรับแล้ว ความรัก ความห่วงใย กำลังใจนั่นแหละสำคัญที่สุดแล้ว ข้อคิดตรงนี้ทำให้คิดถึงเรื่องนึงขึ้นมา สิ่งที่เหลืออยู่ คือ ได้เพื่อนเก่าที่ให้ใจกลับมา แต่สูญเสียเพื่อนที่คิดว่าเป็นเพื่อนแท้ เพื่อนในความรู้สึกคือการอยู่เคียงข้างกัน ตักเตือนกันเมื่อทำผิด ไม่ซ้ำเติมเมื่อเราอ่อนแอ สิ่งที่เหลืออยู่คือ เพื่อน อีกเหมือนกัน
วันนี้นำข้อคิดดีๆ จากหนังสือ นั่งรถไฟไปตู้เย็นมาฝาก 3 ข้อ แล้วจะเอามาฝากใหม่นะคะ ^_^