calendar
<< July >>
S
M
T
W
F
29
30
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
31
<< 2008>>
นั่งรถไฟไปตู้เย็น
ผ่านไปหลายวันไม่ได้อัพไดอารี่เลย อย่างแรกไม่รู้จาอัพไรดี อย่างที่สองกลายเป็นว่าความขี้เกียจเข้าครอบงำ วันนี้รู้สึกว่าปล่อยไดไว้หลายวันแล้ว ถึงเวลาอัพแล้วละ หลายวันมานี้ไม่ได้มีเรื่องราวอะไรเข้ามาในชีวิตเท่าไร ทำงานและไปช่วยงานพี่ๆ ที่แผนกอื่น เอาเป็นว่าเราอัพเรื่องหนังสือที่กำลังอ่านอยู่ละกัน ตอนนี้กำลังอ่านหนังสือชื่อ นั่งรถไฟไปตู้เย็น (นิ้วกลมเขียน) ชื่อแปลกมั้ย ซื้อมาตอนงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 36 ที่ผ่านมา ซื้อเพราะชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับความคิดของคนอื่น เวลาอ่านแล้วจะรู้สึกเพลินเหมือนเรากำลังท่องไปในความคิดของคนอื่น หรือกำลังนั่งพูดคุยกับความคิดของผู้เขียน โดยที่ความจริงแล้วเราไม่ได้คุยกับเค้าเลย
นั่งรถไฟไปตู้เย็น ผู้เขียนพูดถึงการเดินทางไปฮาบิ้น (เมืองหนึ่งทางเหนือสุดของประเทศจีน) ที่มีอุณหภูมิเรียกได้ว่าหนาวที่สุดของประเทศจีน หรือคล้ายๆ กับขั้วโลกเหนือเลยทีเดียว จะเชื่อหรือเปล่าละเพราะอุณหภูมิปาเข้าไปติดลบยี่สิบถึงสามสิบองศาเลยทีเดียว ตายๆ นี่ถ้าเป็นเราคงแข็งตายแน่เลย เล่มนี้นอกจากจะได้อ่านความคิดของผู้เขียนที่มีต่อสิ่งต่างๆ ที่ได้พบเห็นแล้วยังได้อ่านความคิดในจิตใจของผู้เขียนด้วย นอกจากนั้นยังได้รับรู้ถึงความงดงามและวิวทิวทัศน์ของประเทศจีน เราว่าทุกที่ที่เราไปมีความงดงามแตกต่างกันไป ความงดงามของทุกสิ่งมีอยู่แตกต่างกันไป อยู่ที่ว่าเราจะมองว่ามุมใดเป็นความงดงาม แค่การออกจากบ้าน และพบคนมีน้ำใจให้กันเราก็ว่าเป็นความงดงามอย่างหนึ่ง หรือเราพบวิวไม่สวยเลยในแม่น้ำที่มีคนทิ้งขยะลงไป ซึ่งสร้างความสกปรกให้กับแม่น้ำ แต่ความงดงามที่เราพบ มาจากอาชีพของคนเก็บขยะเหล่านั้น เราว่าถ้าไม่มีพวกเค้าแม่น้ำที่เรายังพอเดินทางได้ อาจจะไม่น่ามองเอาเสียเลย ทุกอาชีพล้วนมีความหมาย ทำให้ทุกสิ่งบนโลกใบนี้ดำรงอยู่ต่อไปเอ... เรากำลังจะนอกเรื่องจากหนังสือไปไกลแล้วละ เอาเป็นว่าไว้อ่านจบแล้วจะมาเล่าให้ฟังต่อนะ ใครที่ชอบหนังสือเกี่ยวกับการเดินทางหรือชอบอ่านหนังสือแนวนี้ลองซื้อมาอ่านนะคะ ได้ความเพลินเพลินและได้ความรู้จากการเดินทางไปประเทศจีนพร้อมกับข้อคิดดีๆ มากมายจากนักเขียนคนนี้ด้วยค่ะ
When i'm feeling blue
"Rose"
Comments